มิถุนายน 13, 2024

s2p789

เว็บคาสิโนออนไลน์ s2p789 มีเกมพนันครบวงจร

ดูหนัง ออนไลน์ Jo Pil-Ho The Dawning Rage (2019)

ดูหนัง ออนไลน์ Jo Pil-Ho The Dawning Rage (2019)

ดูหนัง ออนไลน์ Jo Pil-Ho The Dawning Rage (2019)  ดูหนังผ่านเน็ต Jo Pil-Ho The Dawning Rage เต็มเรื่อง (2019) โกรธแค้นเดือดจำเป็นต้องจ่าย โจพิลโฮ (Sun-kyun Lee) ตำรวจสายมิจฉาชีพ ที่ทำไม่ถูกต้องตามกฎหมายเกือบทุกอย่างเพียงแต่เพื่อได้เงิน ไม่เว้นกระอีกทั้งบังคับใช้งาน ฮันกีชอล (Jung Ga-Ram) เด็กวัยหนุ่มในการควบคุมดูแลของตนเข้าปล้นทรัพย์จากตู้กดเงิน โจพิลโฮ ที่กิตติศัพท์อื้อฉาวในทางโจษจันอยู่ในวงการตำรวจ ก็เลยมักถูกข้าราชการกิจการค้าด้านในของกรมตำรวจ รอติดตามเพื่อหาหลักฐานทำร้ายเขาให้ได้

แม้กระนั้นไม่ว่าพวกนั้นจะมาไม้ไหน ตำรวจชั่วช้าอย่าง พิลโฮ ก็สามารถเอาชีวิตรอดได้ทุกคราว แม้กระนั้นตอนนี้ข้าราชการสำรวจข้างในเริ่มได้กลิ่นเงินของเขา ที่เคลื่อนย้ายไปสู่หุ้นส่วนธุรกิจเพื่อฟอกเงิน พิลโฮ ที่เริ่มทราบว่าตนเองจนมุม ก็เลยตกลงใจจะดำเนินการใหญ่หนสุดท้าย ก่อนที่จะลาออกจากตำรวจไปทำธุรกิจนอกกฎหมายสุดกำลัง เขาจัดแจงคิดแผนให้ ฮันกีชอล เข้าไปชิงทรัพย์โรงเก็บของเก็บหลักฐานของกรมตำรวจ แต่ทว่าเมื่อ ฮันกีชอล เข้าไปแล้ว เขาไม่สามารถที่จะมีชีวิตรอดกลับออกมาได้ เมื่อจู่ๆโรงเก็บของเก็บหลักฐานมีการเกิดระเบิดขึ้น ส่วน โจพิลโฮ เองที่สลบจากแรงระเบิด

 

ดูหนัง ออนไลน์ Jo Pil-Ho The Dawning Rage (2019)

เรื่องราวย่อ ดูหนัง ออนไลน์ Jo Pil-Ho The Dawning Rage (2019)

โจพิลโฮ (Sun-kyun Lee) ตำรวจสายมิจฉาชีพ ที่กระทำความผิดดูเหมือนจะทุกอย่างเพียงแค่เพื่อได้เงิน ไม่เว้นจนกระทั่งบังคับใช้งาน ฮันกีชอล (Jung Ga-Ram) เด็กหนุ่มสาวในความควบคุมดูแลของตนเองเข้าปล้นเงินจากตู้เอทีเอ็ม โจพิลโฮ ที่เกียรติโจษจันในทางเลื่องลืออยู่ในแวดวงตำรวจ ก็เลยมักถูกเจ้าหน้าที่รัฐธุรกิจภายในของกรมตำรวจ คอยติดตามเพื่อหาหลักฐานรังควานเขาให้ได้ แม้กระนั้นไม่ว่าพวกนั้นจะมาไม้ไหน ตำรวจเลวอย่าง พิลโฮ ก็สามารถเอาชีวิตรอดได้ทุกหน

แม้ว่าคราวนี้เจ้าหน้าที่รัฐตรวจตราภายในเริ่มได้กลิ่นเงินของเขา ที่ย้ายที่ไปสู่หุ้นส่วนธุรกิจเพื่อฟอกเงิน พิลโฮ ที่เริ่มทราบว่าตัวเองจนตรอก ก็เลยตกลงปลงใจจะดำเนินการใหญ่ครั้งสุดท้าย ก่อนจะลาออกจากตำรวจไปทำธุรกิจนอกกฎหมายสุดกำลัง เขาเตรียมพร้อมคิดแผนให้ ฮันกีชอล เข้าไปปล้นแบกรับหนี้สินเก็บหลักฐานของกรมตำรวจ ทว่าเมื่อ ฮันกีชอล เข้าไปแล้ว เขาไม่สามารถรอดชีวิตกลับออกมาได้เมื่อจู่ๆโรงเก็บของเก็บหลักฐานเกิดการระเบิดขึ้น ส่วน โจพิลโฮ

ดูหนังผ่านเน็ต Jo Pil-Ho The Dawning Rage เต็มเรื่อง เองที่สลบจากแรงระเบิด เมื่อฟื้นขึ้นมาก็จำเป็นต้องหมั่นเพียรปัดความผิดให้รอดตัวอีกครั้ง แม้ว่าโอกาสนี้มันไม่ง่ายเปรียบเสมือนครั้งที่ผ่าน เมื่อการปะทุไม่ใช่อุบัติเหตุ และ โจพิลโฮ ก็ดันเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวกับอำนาจที่อยู่เหนือกว่าตัวเขา ผลงานการควบคุมของ อีจองบอม (Jeong-beom Lee) ที่เคยฝากผลงานแอคชั่น ระดับมาสเตอร์พีซของประเทศเกาหลีอย่าง The Man From Nowhere (2010)

มือสังหารนามสมมุติเงียบ ไว้เมื่อหลายปีล่วงมาแล้ว  ดูหนัง ออนไลน์ Jo Pil-Ho The Dawning Rage (2019)  ครั้งนี้กลับมากับหนังตื่นเต้นที่จะว่าไป มีบางอย่างคล้ายกับ The Man From Nowhere (2010) อยู่เหมือนกันนักแสดงนำ Jo Pil-Ho The Dawning Rage (2019)เมื่อสองตัวเอกต่างเป็นคนไม่เหมือนกัน ใน The Man From Nowhere นั้นตัวละครที่เป็นตัวละครเอกเป็นอดีตหน่วยพิเศษ ที่หันหลังให้กับผู้คนหันมาเปิดร้านรับจำนำเล็กๆแต่ก็มีเด็กน้อย จองโซมี อ้าหัวใจที่เคยปิดตายของเขาออกมาได้ กับ โจพิลโฮ

ตำรวจชั่วช้าสารเลวที่ดูเหมือนจะไม่มีหัวจิตใจ ทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน เขากลับพาตัวเองไปสู่เรื่องยุ่งยาก เพียงแต่เนื่องจากต้องการช่วยเด็กสาวอย่าง มีนา (So-nee Jeon) ที่ไม่รู้เรื่องจะกันมาก่อนด้วยแต่ส่วนที่คล้ายกันของทั้งสองหัวข้อนี้ กลับสำเร็จลัพธ์กับผู้ชมแตกต่างกัน เมื่อความรู้สึกร่วมต่อความเชื่อมโยงของทั้งสองตัวสำคัญ ฝั่ง The Man From Nowhere นั้นทำเป็นดียิ่งกว่า เมื่อสามารถสร้างเหตุผลรองรับการกระทำของตัวละคร ชาแทชิก รุ่งโรจน์

แต่กับ โจพิลโฮ มันดูเหมือนกับว่าเขาตกอยู่ในเรื่อง ตกกระไดพลอยโจนเสียมากกว่าในตอนแรก เพียงพอมาถึงไคลแม็กซ์ช่วงท้าย มันเลยดูรีรอกับเหตุผลของเขา ที่จู่ๆจากการเป็นตำรวจชั่วโคตร ก็กลับตัวกลับใจช่วยคนที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อนเสียด้วยซ้ำข้อสรุป โกรธแค้นเดือดจำต้องจ่าย ส่วนดราม่าของเรื่องราวรองอันนี้ไม่กล้าฟันธง ศีรษะบางครั้งก็บางทีก็อาจจะแปลความเกินสิ่งที่หนังปรารถนาพรีเซ็นท์ไปก็ได้

หากแม้คาดว่าไม่น่าจะคิดผิดไปจากนี้นะ ฮ่าฮ่า หนังคงเสนอสาระสำคัญเรื่องราวการสิ้นไปจากเหตุเรือเซวอล ล่มเมื่อ 16 เดือนเมษายน ปี 2014 ในทางมุมผลพวงทางสภาวะจิตใจของครอบครัว เพื่อนคู่หู ของเหล่านักศึกษาที่เสียชีวิต และก็ข้อความสำคัญความสำนึกผิดต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ดูดายไม่ได้ให้ความช่วยเหลือทันเวลา จนกว่ามีคนเสียชีวิตกว่า 300 คน ซึ่งส่วนมากเป็นนักเรียนที่ไปทัศนศึกษา

 

ดูหนัง ออนไลน์ Jo Pil-Ho The Dawning Rage (2019)

รีวิวหนัง “No One Will Save You ดูหนัง ออนไลน์ Jo Pil-Ho The Dawning Rage (2019)

ถ้าคนใดกันที่รู้สึกชื่นชอบหนังแนวตื่นเต้นคละเคล้าไซไฟแบบคาดคะเนอะไรมิได้ คงจะจำเป็นต้องเหลียวหันมามองหัวข้อนี้ “No One Will Save You” ที่จะมาปฏิบัติหน้าที่กระตุกขวัญแล้วก็บังคับกระตุ้นอารมณ์ให้กับทุกคนก้าวหน้าตลอด 90 นาทีของหนังหัวข้อนี้ ที่ประกันว่าบางทีอาจคาดการณ์รวมทั้งคิดอะไรล่วงหน้ากับหนังหัวข้อนี้ไปก่อน ด้วยเหตุว่ามันบางทีอาจจะไม่ใช่อย่างที่คุณคิดไว้

No One Will Save You เล่าราวของ ไบรน์ อดัมส์ หญิงสาวที่อยู่อาศัยอยู่ในบ้านที่คุณรู้จักดีมาตั้งแต่เด็กๆอย่างสันโดษ แม้กระนั้นเหตุการณ์ของคุณจำเป็นต้องกลับไปเพียงแค่เลวทรามข้ามคืน เมื่อจะต้องประจันหน้ากับการบุกรุกบ้านของแขกที่ไม่อาจจะกำหนดได้แจ่มชัดว่ามันเป็นตัวอะไร ทราบแค่เพียงมันตัวแปลกแปลก แล้วก็ไม่บางทีอาจทราบถึงจุดหมายการมาของมันนี่เป็นผลงานปัจจุบันของ “ไบรอัน ดัฟฟิลด์”

นักสร้างภาพยนตร์ดาวรุ่งที่น่าสังเกตอีกคนภายในยุคนี้   โดยนี่นับได้ว่าเป็นผลงานควบคุมหนังยาวเรื่องที่ 2 ในอาชีพของเขา ภายหลังที่เคยเดบิวต์จากภาพยนตร์ตลกสยองขวัญ Spontaneous มาเมื่อตอนก่อนวัววิด-19 โดยคราวนี้เขายังคงรับหน้าที่ควบคุมและก็เขียนบทหนังเองอีกเหมือนเคย

ไบรอัน ดัฟฟิลด์ เคยเป็นคนเขียนบทหนังมาก่อน เขาเคยแต่งโครงเรื่องให้กับหนังดังๆอย่าง The Babysitter, Divergent: Insurgent รวมทั้งปัจจุบันกับ Love and Monsters ที่มองจากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ เขาออกจะชำนิชำนาญกับงานด้านการเขียนหนังสยองขวัญ-ตื่นเต้นเป็นทุนเดิมอยู่ไม่น้อย แม้กระนั้นคราวนี้กลับมาในแนวสยองขวัญเหมือนเคย แต่ว่าเพิ่มเติมอีกด้วยความเป็นไซไฟลี้ลับ ซึ่งดูราวกับว่าจะยังเข้ามือเขาได้อย่างดีเยี่ยม

การเล่าเรื่องของ No One Will Save You จัดว่าวับไวกำลังพอดี เปิดเรื่องมาก็แทบไม่ต้องเสียเวล่ำเวลาปูเรื่องอะไรทั้งหมด เริ่มมายังไม่ถึงสิบนาทีก็(กระตุกขวัญ)เข้าใจเลย กลิ่นของหนังก็บางทีอาจจะคล้ายกับเอาชีวิตรอดท่ามกลางเหตุการณ์ที่ไม่เคยรู้อิโหน่อิเหน่ แบบ A Quiet Place หรือ Nope ที่พาผู้ชมติดตามชีวิตของผู้แสดงหลักไปเรื่อยเก็บข้อมูลและก็เนื้อหาแบบรู้ทันกัน ถือว่าเป็นกิมไม่กสำหรับการเล่าที่ชักชวนผู้ชมติดตามได้อย่างดีเยี่ยม

ดูหนัง ออนไลน์ Jo Pil-Ho The Dawning Rage (2019)

รีวิวหนัง “Spy Kids: Armageddon เสือจิ๋วไฮเทค

กลับมาอีกทีกับหนังแอคชันเผชิญภัยวัยเด็กในตำนาน กับการรีบูตครั้งใหม่ที่เป็นการยกเครื่องในรอบกว่า 10 ปี แต่ว่ายังคงได้โอกาสมผู้ผลิตชุดเดิมมาดูแล้วใน “Spy Kids: Armageddon พยัคฆินจิ๋วไฮเทค: วันสิ้นโลก” ช่วงที่แปรไป กับเทคโนโลยีการผลิตหนังที่ปรับปรุงขึ้นไปมากมาย จำต้องมาดูกันว่าหนังสายตัวจิ๋วสุดไฮเทคในเวอร์ชั่นนี้จะทำออกมาได้น่าตื่นเต้นสักมากแค่ไหนSpy Kids: Armageddon พยัคฆินทร์จิ๋วไฮเทค: วันสิ้นโลก กล่าวถึงเรื่องราวของอุบัติการณ์จากนักปรับปรุงเกมเปลี่ยนเป็นตัวการที่ทำให้เชื้อไวรัสคอมพิวเตอร์น่าเคารพกำเนิดแพร่ระบาดไปทั่ว ทำให้เด็กๆที่เป็นลูกของข้าราชการสายจำต้องร่วมมือกัน เพื่อหาทางป้องกันบิดามารดาของพวกเขาแล้วก็ช่วยเหลือกันคุ้มครองโลกใบนี้เอาไว้

“โรเบิร์ต รอดริเกรซ” คนที่ปลุกปั้นแล้วก็สร้างแฟรนไชส์หนังชุดนี้มาตั้งแต่ต้น ตลอดทั้ง 4 ภาคก่อนหน้านี้ กลับมาในหนังเรื่องที่ 5 ที่เป็นการรีบูต เขาก็ยังคงส่งเสริมรวมทั้งกลับมารับหน้าที่เดิมอีกที ดูเหมือนกับว่าตลอด 20 ปีให้หลัง เขายังคงสนุกสนานกับการผลิตสรรค์รวมทั้งละเลงการผลิตพยัคฆีจิ๋วไฮเทค และก็คราวนี้ก็เช่นกัน เขายังคงเอ็นหน้าจอยกับการปลดปล่อยแนวความคิดของตนลงในหนังแอคชันเด็กๆหัวข้อนี้แน่ๆว่า Spy Kids: Armageddon

ยังคงนำเอาสูตรสำเร็จแบบเก่าๆมาให้เชยชมอีกที  S2P789  มันให้ความรู้ความเข้าใจสึกราวกับได้ย้อนกลับไปมอง Spy Kids ภาคแรกๆยุคที่ยังเป็นเด็กอีกรอบก็แค่วิธีงานสร้างแล้วก็เทคโนโลยีสร้างภาพยนตร์ได้รับการพัฒนาตามช่วงขึ้นไปมากมาย ทำให้อะไรๆก็มองเหมือนจริงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงมันจะยังคงเอกลักษณ์ลูกเล่นเลียนแบบๆของหนังชุดนี้เอาไว้แล้วก็ โรเบิร์ต รอดริเกรซ

ก็ยังคงรับหน้าที่ร่วมเขียนบทหนังหัวข้อนี้อีกรอบ ทำให้เขายังพรูไอเดียใส่เข้ามาได้เพลิดเพลินๆมันก็ยังคงเป็นแอคชันสายที่เด็กมองได้คนแก่ดูดีตามสไตล์ แม้ว่าจะมีฉากต่อสู้ใช้กำลังผสมปนเปเยอะไปหมด แต่ว่ามันก็ตัดทอนด้วยการให้รายละเอียดแบบใสๆแบบหนังครอบครัวเอาไว้ ถึงบทหนังจะเชยมากมายๆก็ตาม แม้กระนั้นก็ถือว่าเป็นพล็อตที่พอเหมาะพอเจาะกับผู้ชมอีกทั้งครอบครัวนั่นแหละ

รีวิวหนัง “กุมาร Kumarn

มาดูภาพยนตร์ไทยที่จับเอาตำนานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับสังคมไทยแล้วก็รู้จักกันเกือบจะทุกคน กับน้องที่ชื่อว่า “กุมาร” ถือเอามาผลิตรวมทั้งใส่ร้ายสยองขวัญแบบภาพยนตร์ไทย ที่อัดแน่นไปด้วยกลุ่มผู้แสดงซึ่งสามารถกระตุ้นต่อมความพึงพอใจของพวกเราได้ไม่น้อย แม้ว่าจะได้ผลสำเร็จงานจากค่ายเล็กๆที่อาจจะส่งผลให้บางบุคคลแอบวิตกอยู่บ้าง แต่ว่ามาทดลองพิสูจน์กันสักนิดสักหน่อยว่า…ความเฮี้ยนของน้องจะทรงประสิทธิภาพขนาดไหน

กุมาร เล่าราวของ กิ่ง แม่เลี้ยงโดดเดี่ยวที่มาปักหลักอยู่ที่บ้านพักตากอากาศแกนกลางป่าที่อยู่ห่างไกจากเมือง โดยคุณตกลงใจปลีกวิเวกออกมาจากสังคม เพื่อสืบต่องานประพันธ์บทหนังให้เสร็จ กับพา เก่ง ลูกชายมาอยู่ด้วย แม้กระนั้นแล้วคุณก็เริ่มพบว่าตนเองตกอยู่ในเหตุการณ์ลึกลับบางสิ่งบางอย่างที่จำต้องสืบเสาะหาให้รู้เรื่องรู้ราวจริง รวมทั้งคุณก็ไม่บางทีอาจล่วงรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งปวงขณะนี้ ล้วนแล้วแต่ได้ผลสำเร็จของความประพฤติปฏิบัติของตนในอดีตกาลแทบทั้งมวล

รวมทั้งนี่เป็นผลงานการควบคุมของ “การเป็นไปพันธ์ รักษาซื่อตรง” หรือที่คุณคงจะรู้จักคุณดีกับชื่อในแวดวงที่ว่า “มาดามฟันนี่” มองเห็นอย่างงี้คุณเป็นคนทำงานเบื้องหน้าเบื้องหลังที่เก่งคนหนึ่งอย่างยิ่งจริงๆ โดยการขึ้นแท่นมานั่งดูแลหนังใหญ่อีกทั้งเรื่องของหัวข้อนี้ก็นับว่าเป็นงานที่ท้า แล้วก็ผลสรุปที่ออกมานั้ก็จัดว่ายังพอใช้ ไม่ถึงกับได้ผลงานที่เพอร์เฟ็ค แต่ว่าก็มิได้ตกต่ำหรือเป็นงานหยาบๆที่สร้างออกมาดูถูกเหยียดหยามผู้ชมอะไรทำนองนั้น

การนำเสนอหนังสยดสยองผ่านความสามารถของมาดามฟันนี่ จัดว่าเอาจริงเอาจังและก็บริสุทธิ์ใจกว่าที่คาดหวังเอาไว้ทีเดียว โดยยิ่งไปกว่านั้นความพยามคุมโทนและก็สร้างบรรยากาศในหนังประเด็นนี้ จำเป็นต้องนับว่าควบคุมมาตรฐานเอาไว้ได้ออกจะเป็นประจำตลอดทั้งเรื่องอยู่ ถึงแม้ตัวหนังจะยังเต็มไปด้วยข้อผิดพลาดในส่วนประกอบอื่นๆอยู่จำนวนมากมาก ในลักษณะค่อนข้างจะระบมอยู่ก็ตามแต่

ซึ่งแน่ๆว่าข้อบกพร่องใหญ่ๆของ กุมาร หัวข้อนี้อยู่ที่แนวทางการเล่าเรื่อง ที่ค่อนข้างจะวางแนวทางได้แบบไม่ลื่นไหลเยอะแค่ไหน ตัดไปๆมาๆประเภทที่เต็มไปด้วยจุดต่างระหว่างอารมณ์ของซีนนั้นๆคำตอบที่ออกมาก็เลยเห็นว่าตัวหนังยังสะดุดในหลายๆครั้งสำหรับเพื่อการเดินเรื่อง เสมือนพากเพียรจะวางเชิงชั้นหนังในมองสลับซับซ้อนขึ้น แม้กระนั้นด้วยจังหวะแล้วก็ท่าทางต่างๆของหนังที่ทำเป็นไม่ถึงกับขนาด ก็เลยทำให้จุดนี้อ่อนด้อยลงไปอย่างโชคร้าย

รีวิวหนัง “No One Will Save You

ถ้าเกิดคนใดกันที่ชอบใจหนังแนวตื่นเต้นคละเคล้าไซไฟแบบคาดคะเนอะไรมิได้ คงจะจะต้องเหลียวหันมามองประเด็นนี้ “No One Will Save You” ที่จะมาปฏิบัติหน้าที่กระตุกขวัญและก็บังคับปลุกอารมณ์ให้กับทุกคนเจริญตลอด 90 นาทีของหนังหัวข้อนี้ ที่ประกันว่าบางทีอาจเดาและก็คิดอะไรล่วงหน้ากับหนังประเด็นนี้ไปก่อน ด้วยเหตุว่ามันบางทีก็อาจจะไม่ใช่อย่างที่คุณคิดไว้ No One Will Save You เล่าราวของ ไบรน์ อดัมส์ หญิงสาวที่อยู่อาศัยอยู่ในบ้านที่คุณรู้จักมาตั้งแต่เด็กๆอย่างสันโดษ แต่ว่าเหตุการณ์ของคุณจำเป็นต้องกลับไปเพียงแค่ชั่วช้าข้ามคืน เมื่อจำเป็นต้องประจันหน้ากับการบุกรุกบ้านของแขกที่ไม่อาจจะเจาะจงได้แจ่มแจ้งว่ามันเป็นตัวอะไร ทราบแค่เพียงมันตัวแปลกแปลก และก็ไม่บางทีอาจทราบถึงเป้าหมายการมาของมัน

นี่เป็นผลงานปัจจุบันของ “ไบรอัน ดัฟฟิลด์” นักสร้างภาพยนตร์ดาวรุ่งที่น่าจับตาอีกคนภายในยุคนี้ โดยนี่นับว่าเป็นผลงานควบคุมหนังยาวเรื่องที่ 2 ในอาชีพของเขา ภายหลังที่เคยเดบิวต์จากภาพยนตร์ตลกสยองขวัญ Spontaneous มาเมื่อตอนก่อนวัววิด-19 โดยคราวนี้เขายังคงรับหน้าที่ควบคุมรวมทั้งเขียนบทหนังเองอีกเหมือนปกติไบรอัน ดัฟฟิลด์ เคยเป็นผู้เขียนบทหนังมาก่อน เขาเคยแต่งโครงเรื่องให้กับหนังดังๆอย่าง The Babysitter, Divergent: Insurgent รวมทั้งปัจจุบันกับ Love and Monsters ที่มองจากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ เขาค่อนข้างจะชำนาญกับงานด้านการเขียนหนังสยองขวัญ-ตื่นเต้นเป็นทุนเดิมอยู่ไม่น้อย แต่ว่าคราวนี้กลับมาในแนวสยองขวัญเหมือนเคย แม้กระนั้นเสริมเติมด้วยความเป็นไซไฟลี้ลับ ซึ่งดูเหมือนกับว่าจะยังเข้ามือเขาได้อย่างดีเยี่ยม

การเล่าเรื่องของ No One Will Save You จัดว่าวับไวกำลังพอดี เปิดเรื่องมาก็แทบไม่ต้องเสียเวล่ำเวลาปูเรื่องอะไรทั้งหมด เริ่มมายังไม่ถึงสิบนาทีก็(กระตุกขวัญ)เข้าใจเลย กลิ่นของหนังก็บางครั้งอาจจะคล้ายกับเอาชีวิตรอดท่ามกลางเหตุการณ์ที่ไม่เคยทราบอิโหน่อิเหน่ แบบ A Quiet Place หรือ Nope ที่พาผู้ชมติดตามชีวิตของนักแสดงหลักไปเรื่อยเก็บข้อมูลแล้วก็เนื้อหาแบบรู้ทันกัน ถือได้ว่าเป็นกิมไม่กสำหรับการเล่าที่เชิญผู้ชมติดตามได้อย่างดีเยี่ยม