มีนาคม 1, 2024

s2p789

เว็บคาสิโนออนไลน์ s2p789 มีเกมพนันครบวงจร

้เจมส์ บอนด์ 007 no time to die

เจมส์ บอนด์ 007 no time to die

้เจมส์ บอนด์ 007 no time to die

เจมส์ บอนด์ 007 no time to dieNo Time to Die การสิ้นสุด ‘สายลับ007’ ของ Daniel Craig ด้วยบทสรุปที่มีความเป็นมนุษย์มากที่สุด แดเนียล เคร็ก กับบท เจมส์ บอนด์ ก็ราวกับจะเข้ากันได้ดีไปในเชื้อสายของเขาไปแล้ว ไม่ว่าจะปิ้งกายหรือเอื้อมมือไปทำอะไร ทุกอิริยาบถก็เต็มไปด้วยไอค่อน

ของความเป็น007 ในตัวเขาล้วนๆบทหนังที่เกื้อหนุนค้างแรกเตอร์นี้ของเขาให้เด่นสุดๆเขาเองก็ถ่ายทอดและก็แสดงออกไปได้อย่างสุดทาง ฉากแอคชั่นโลดโผนต่างๆทำได้อย่างยอดเยี่ยมและไม่มีอะไรขัดหูขัดตาแม้แต่น้อย ก็จำต้องยอมรับว่า แดเนียล ก็คือหนึ่งในส่วนประกอบที่ดีเยี่ยมที่สุดในหนัง เจมส์ บอนด์ 007 no time to die

ในภาคนี้มีการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างช้านาน กับเวลา 2 ชั่วโมงกว่าๆเกือบปิ้ง 3 ชั่วโมง แต่ว่าการเป็นหนังที่ไม่ค่อยทำให้รู้สึกน่าเบื่ออะไรเลย เนื่องจากเรื่องราวเข้มข้นที่เชิญในจดจ่ออยู่บนจอ เรื่องความยาวของหนังแทบจะไม่เป็นอุปสรรคอะไร ในช่วงเวลาที่หนังปลดปล่อยให้ แดเนียล สะดุดตาขนาดนี้ แน่ๆว่าบทอื่นๆก็จำเป็นต้องปรับลดทอนแอร์ไทม์ลงมาเป็นธรรมดา แต่ถือว่ายังโชคดีที่ภาคนี้จำนวนมากมีแต่ว่าผู้แสดงที่ผู้ชมคุ้นเคยจากภาคก่อนๆหน้านี้ดีอยู่แล้ว ทำให้ทุกอย่างมองไหลลื่นดี

“ลาชานา ลินช์” ที่มาสวมบทเป็น 007 คนใหม่ ก็เป็นคาแรกเตอร์ที่ปูทางเอาไว้ได้น่าดึงดูดไม่เบา เป็นสายสาวที่ดุดันและเอาจริงเอาจัง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังเต็มไปด้วยความเบ๊อะบ๊ะประสมประสานออกมาเจริญ “เลอา แซดู” ที่หนังภาคนี้ค่อนข้างจะฉายสปอต์ไลต์ใส่คุณเต็มๆก็ให้การแสดงในประเภทน้อยแต่มากมาย มีซีนไม่มากมายแม้กระนั้นโผล่มาทีไรก็ห้ามกะพริบตาอย่างยิ่งจริงๆ

ภาพรวมของหนังก็อาจจะกล่าวว่า สมกับทุนสร้างกว่า 250 ล้านเหรียญสหรัฐ ้เจมส์ บอนด์007 no time to die จนถึงทำให้หนังติดอยู่ใน 20 อันดับหนังที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ฮอลลีวูดไปแล้ว เหมือนอยากปิดจบให้เอ็งแบบจัดทุกอย่างให้มีทุกๆอย่างที่หนังเจมส์บอนด์เคยมีมา เดินทางไปถ่ายทำในหลายประเทศเต็มไปด้วยสถานที่อันสวยน่าจำ มีทั้งแบบถ่ายทำในพื้นที่จริงเลย และก็สร้างฉากขึ้นมาใหม่อย่างฐานทัพของตัวร้ายที่มองลึกลับประหลาดตา

ใครกันแน่ที่เป็นห่วงว่าหนังความยาวเกือบสามชั่วโมงเรื่องนี้จะทำให้หลับนี่ไม่ต้องกลัวครับผม ฉากแอ็คชั่นนี่มีเสริฟให้ชมอยู่ตลอดเรื่อยๆทั้งเรื่อง ส่วนด้านการออกแบบฉากแต่ละฉากทั้งมองอลังการรวมทั้งน่าจำ เครื่องมือไฮเทคต่างๆมีไม่ขาดพร้อมมองใช้งานได้จริง ไม่ล้ำหลุดโลกกระทั่งเกินไปรูปร่างและการแต่งตัวต่างถูกดีไซน์มาให้แต่ละผู้แสดงน่าจำ กับลักษณะท่าทางแล้วก็สะดุดตาที่สุดก็คือชุดของ บอนด์ เองที่ไม่ว่าจะอยู่ในเสื้อผ้าแบบไหนก็ดูหรู / เนี๊ยบ / ดิบ / อยู่เสมอ สมกับเป็น บอนด์ เวอร์ชั่นนี้จริงๆ

แดเนียล เครก เผยเหตุผลที่เขาจะบอกลา เจมส์ บอนด์ 007 no time to die

บท เจมส์ บอนด์ ตั้งแต่จบ Spectre ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ภาพยนตร์เรื่อง Spectre เข้าฉาย นั่นเป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 4 ของแดเนียล เครก ในช่วงเวลานั้นมีเรื่องราวออกมาว่าเขาจะไม่กลับมารับบทบาทนี้อีกแล้ว แล้วก็นี่จะเป็นภาพยนตร์เรื่องท้ายที่สุดของเขา หากว่าในที่สุดเขาจะยอมกลับมาอีกรอบใน No Time to Die วันนี้เราจะพาไปฟังเหตุผลกันว่าเพราะเหตุไรในตอนนั้นเขาถึงตกลงใจที่จะไม่ไปต่อกับเฟรนไชส์นี้แล้ว

แดเนียล เคเกลื่อนกลาด ได้ให้สัมภาษณ์ถึงหัวข้อนี้กับ USA Today เกี่ยวกับเหตุผลที่เขาเคยตกลงใจบอกลาบทเจมส์ บอนด์ ข้างหลังจบ Spectre ว่า…

“ผมเป็นผู้ที่เพียรพยายามจะซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตนตลอดครับผม ตอนที่ผมเริ่มแสดงเป็นบอนด์ ผมโยนตัวเองเข้าไปสู่บทนั้นให้มากที่สุดเท่าที่ผมจะทำเป็น ผมมีความคิดว่ามันสำคัญมาก กับการวางแผนว่าผมต้องการจะให้บอนด์ของผมออกมาเป็นแบบไหน ผมต้องการจะให้คนเชื่อว่ามันคือผมที่แสดงฉากแอ็คชั่นพวกนั้น แม้กระนั้นพอหลังจบ Spectre ผมรู้สึกจากใจจริงเลยว่าผมคงจะทำมันต่อไม่ติดแล้ว ผมมีความคิดว่า ‘มันสำคัญยังไงอีก?’ มันเป็นช่วงเวลาหลายปีที่ผมได้ห่างบ้าน และก็ผมรู้สึกว่ามันยากมากมายสำหรับทุกคน ในช่วงเวลานั้นผมโทรหาภรรยาของผม แล้วกล่าวว่า ‘ไงคุณ ผมได้รับบาดเจ็บนะ กำลังจะออกเดินทางไปโรงพยาบาล’ มันไม่ใช่การโทรไปคุยที่ดีเลย ผมไม่เคยทราบสึกว่าผมจะสามารถทำมันได้อีกแล้ว”

จากความฝันอยากใช้ชีวิตสงบสุขไปกับการพักผ่อนแบบคนเดินดินจำต้องจบลง

เมื่อภารกิจอันใหญ่หลวงออกไล่ล่าให้เขาต้องคืนกลับสู่วงการสายลับอีกครั้ง ซึ่งการต่อสู้กับคนร้ายในคราวนี้พนันด้วยชีวิตของมนุษยชาติ เพราะหากว่าทำผิดพลาดไปแม้กระทั้งนิดหน่อย อาวุธจากเทคโนโลยีที่ทรงอานุภาพนี้ บางทีอาจกลืนกินทุกสรรพสิ่งให้ดับสลายได้ข้างในพริบตาเดียว

No Time to Die เจมส์ บอนด์ ภาคที่ 25 บทสรุปสั่งลาของตำนานสายลับรหัส 0 0 7 ในต้นแบบของ แดเนียล เคร็ก ภายหลังจากรับบทบาทนี้มาตลอด 15 ปี นับตั้งแต่ Casino Royale (2006), Quantum of Solace (2008), Skyfall (2012) และก็ Spectre (2015)

จุดกำเนิดจักรวาล เจมส์ บอนด์ เป็นตัวละครจากปลายปากกาของนักเขียนชาวอังกฤษอย่าง เบื่อ เฟลมไม่ง ซึ่งปรากฏอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ และก็ความจำของผู้ชมมายาวนานถึง 59 ปีเต็ม ซึ่งตั้งแต่อดีตกาลจนถึงตอนนี้ เจมส์ บอนด์ คือตัวละครที่มีนักแสดงสูงถึง 6 คน มาร่วมสร้างลมหายใจ และก็นิยามตัวละครนี้ใหม่ในแบบอย่างของตัวเอง

No Time to Die ปัจฉิมบทสุดยิ่งใหญ่

ภายหลังที่จำเป็นต้องกุกๆกักๆจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มา ทำให้ภาพยนตร์เรื่อง No Time to Die ภาพยนตร์ลำดับที่ 25 ของเฟรนไชส์เจมส์ จะต้องเลื่อนระบุฉายมาหลายต่อบ่อยมาก แม้กระนั้นสุดท้ายเดี๋ยวนี้ก็ได้ขณะที่เราจะไปเป็นสักขีพยานในปัจฉิมบทของ แดเนียล เคเกลื่อนกลาดในบทบาทนี้แล้ว ซึ่งขอบอกเลยว่าพวกเขาจัดเต็ม ใส่ไม่ยั้ง จัดความใหญ่โต มาพร้อมกับกลิ่นอายของสมัยก่อนที่ทำให้แฟนคลับ007 หายนึกถึง

เรื่องราวเริ่มต้น 5 ปี หลังจากที่เจมส์ บอนด์ ตัดสินใจเกษียณตนเองจากการเป็นสายรหัส 007 และไปใช้ชีวิตชื่นคืนสุขกับดร.แมเดลีน สวอนน์ แต่อดีตกาลที่พวกเขาไม่ได้นึกฝันก็กลับมาจู่โจม ดึงเจมส์ บอนด์แล้วก็แมเดลีนให้จำเป็นต้องแยกจากกัน แล้วก็ลากเจมส์กลับเข้ามาสู่แวดวงสายอีกรอบ ซึ่งขณะนี้ MI6 ได้ตั้งสายรหัส 007 คนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทนแล้ว เจมส์ ได้ร่วมมือกับเฟลิกซ์เพื่อนของเขา ทำการเพื่อสกัดกั้นแผนการร้ายของผู้กระทำผิดกฎหมายอัจฉริยะ ซาฟิน เพื่อหยุดคัดค้านแผนการที่จะกวาดล้างมนุษยชาติ เรื่องราวทั้งปวงเกี่ยวข้องกับสมัยก่อนของเขารวมทั้งแมเดลีน และก็มันจะชี้ชะตาอนาคตของพวกเขาทั้งผองด้วย

แม้กระนั้นอีกคนที่ไม่กล่าวถึงมิได้เลยก็ตาม “อนา เดอ อาร์มัส” ในบทสายลับสาวฝึกซ้อม ที่แม้ว่าจะออกมามีซีนราวแขกรับเชิญ แต่ว่าตลอดระยะเวลาเครื่องปรับอากาศไทม์ของคุณที่มีอยู่ในหนังนั้น ทำให้คนดูเคลิ้บเคลิมรวมทั้งหลงใหลไปกับเสน่ห์สวยสังหารของคุณแบบหยาดเยิ้่มค้างหน้าจอ เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่หยิบใส่เข้ามาก้าวหน้าในภาคนี้ แม้ว่าจะยังไม่จุใจคนดูสักเท่าไหร่ แต่ก็หวังว่าในอนาคตจะได้เห็นเธออกมาบู๊สวยๆโก้เก๋ๆอย่างงี้อีก

ตกลงว่า No Time to Die เป็นหนังเจมส์ บอนด์ ภาคที่แทบจะไม่มีอะไรให้ติเตียนเลย แม้กระนั้นไม่ใช่ว่าหนังจะเพอร์เฟ็คขนาดนั้น ก็ยังมีบางจุดที่หนังยังขาดๆเกินๆและไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง แม้กระนั้นเนื่องจากความทรงอำนาจทางการแสดงของแดเนียล กับการเล่าเรื่องรวมทั้งบทหนังที่ออกจะเอาอยู่ ทำให้คนดูละเลยจุดเสียต่างๆไปอย่างไม่ต้องเป็นทุกข์

คงจะบอกได้ชัดๆเลยว่า นี่คือเป็นหนังปิดตำนานเจมส์ บอนด์ ของ แดเนียล เคร็ก ที่สมเกียรติเป็นอย่างยิ่ง ไม่ได้เป็นแค่เพียงหนังแอคชั่นภารกิจอีกต่อไป แม้กระนั้นใส่หัวใจที่เป็นชิ้นเป็นอันเข้ามาเติมเต็มเรื่องราวในเบิกบานใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะว่าไปแล้วภาคนี้ก็นับว่าออกจะดี ดีเป็นรองแค่เพียง “Skyfall” เมื่อเปรียบเทียบจากหนัง 007 ของแดเนียลทั้งสิ้น พอถึงในคราวที่ต้องร่ำลา…ก็น่าตกใจเบาๆแต่ว่าการจบสิ้นในคราวนี้ของบอนด์ ที่ชื่อว่า แดเนียล เคร็ก เป็นเยี่ยมในซีนที่น่าจดจำไปอีกช้านาน

mooviehd.ดูหนังออนไลน์

islam-in-focus